Ploypatcha's profileพลอยพัดชา'spacePhotosBlogLists Tools Help

Blog


    November 18

    เป็นเพียงอีกหนึ่งวัน

     
     
     
    นานมากเมือนกันน่ะเนี่ย ไม่ได้เข้ามาทำอะไรในสเปซของตัวเองเลย ความหมายมันก็ตรงตัวนะ พื้นที่ของฉัน My space  เห้อออ ก็มัวเเต่ยุ่งๆนี่เนอะ
     
    "หยก ไปไหนอ่ะ "ต่ายลุกขึ้นจากเตียงหลังจากที่รู้สึกตัวจากเตียงข้างล่างสะเทือน
    "ไม่ไปไหนทั้งนั้นน่ะ ทำไมอ่ะ " ชั้นถามอย่างหงุดงิด
     เช้านี้ ทำไมมันน่าเบื่ออย่างนี้นะ เพิ่งจะ7 โมงเช้าเเท้ เเต่โคตรน่าเบื่อซะเเทบตายยยยยย
    October 29

    สิ่งเล็กๆที่เป็นเพียงภาพลวงตา

     
     
     
                                               หากหลายวันที่ผ่านมา คิดว่าเราเหมือนกับเป็น สิ่งมีชีวิต ที่เรียกได้ว่า "เป็นสิ่งมีชีวิต" เพียงขนิดหนึ่งของโลก 
    -ตัวเล็ก
    -อยู่พื้นที่ที่จำกัด
    -สร้างพลังงานด้วยตัวเองไม่ได้
    ***ไม่มีประโยชน์
    คุยกะใครหลายต่อหลายคนชอบถามเสมอๆว่า " ทำไมชอบคิดว่าตัวเอง โง่ เเละ ไม่มีค่า ??" ถามกี่ครั้ง ก็ยังหาคำตอบให้เจ้าของคำถามไม่ได้เลยซักครั้ง  เเม้เเต่ตัวเองก็ยังตอบไม่ได้ เเละเเล้ว
    พยายามยืนขึ้น เเต่เเล้ว ขาทั้งสองข้างที่มีอยู่อ่อนล้าด้วยกำลัง
    พยายามเอื้อมมือเพื่อหาที่ยึดจับ เเต่เเล้ว สิ่งๆ นั้น ก็ค่อยๆ หายไปตรงหน้าดั่งกับเวทมนตร์
    พยายามยิ้มให้กับความสุขเล็กๆที่อยู่ตรงหน้า เเต่เเล้วก็ต้องหุบยิ้มอย่างกระทันหัน เมื่อได้สติว่า ความสุขที่ได้เป้นเพียงภาพลวงตา
    พยายามส่งสายตาให้คนรอบข้างรู้ว่า "อย่าเพิ่งรำคาญ กับความอ่อนล้าในครั้งนี้ เเต่ดูเหมือนว่า เค้าจะไม่ยอมฟังเสียเเล้ว
    พยายามจะอ้าบอกพูดในสิ่งที่เป็นปัยหาระหว่างเรากับคนรอบข้าง เเต่เพราะทิฐิ ก้เลยทำให้คนรอบข้างหายไปหมด
     
                                    บอกกะตัวเองซะใหม่ว่า "ลองอีกซักครั้ง ๆๆๆๆๆๆๆ จนกว่าจะสำเร็จ  ในโลกนี้ ยังมีสิ่งชีวิต ที่เล้กกว่าคุณอีก  เช่น เเบคทีเรีย เชื้อรา ปรสิต ฯลฯ คุรเเค่รู้สึกว่า คุฯเป็นเหมือนสิ่งเล็กๆ เเต่พวกมันเป็นเเล้ว  เเละพวกมันก้พยายามมีชัวิตอยู่บนโลกใบนั้เสมอ เเม้จะโดนกำจัด อีกกี่สิบครั้ง   ทุกอย่างบนโลกมีประโยชน์ หากไม่เชื่อ ลองหัน มองสิ่งที่อยู่รอบตัวคุณ สิ่งเหล่านั้น อาจกำลังรอให้คุยยื่นมือเข้าไปช่วยอยู่ เเทนที่คุณจะรอที่ยึดจับเเห่งโลกมายากลนั้น
     
     
     
     
    พลอยพัดชา
     
    September 15

    เฮ้ออออ... สร้างสถานการณ์กูอยากบอก

     
     
    หายไปนานมากกกก มันยุ่งๆวุ่นวายกับเรื่องการเรียนเหลือเกิน ดี ดูยุ่งๆเเบบนี้เเหละดีเเล้ว ดูเเล้วค่อยเป็นคนที่เห็นได้เกลื่อนกลาดตามท้องถนนหน่อย ดี!!!
    ไม่มีไรจะเขียนหรอก หลายๆเรื่องที่เกิดขึ้น มันก็ลืมๆไปบ้างเเล้ว ไม่ค่อยได้ใส่ใจ เเต่จริงๆว่าจะเขียนเรื่องสั้นลงซะหน่อย เเต่มันยังไม่ได้เรียบเรียงเลยย
    มันเป็นเรื่องสั้นที่มีเค้ามาจากเรื่องจริงนิดส์ๆๆๆๆ เเฮะๆๆ อยากรู้อ่ะดิ (อันนี้ถามตัวเอง คือรู้ไงว่า ไม่มีใครอยากอ่าน เเต่ เเหมๆๆ ไม่ช่วยเหลือตัวเอง เเล้วใครมันจามาช่วย)
     
      รอจ้า...รอ
     
     
    เออ มีอย่างนึงที่อยากบอกมากที่สุด อยากตะโกนดังๆให้ลั่นโลก
     
     
    ทั้งชีวิต...  รักเเม่ที่สุดในโลกเลย  ผู้หญิงอะไรวะ โคตรเเกร่ง เก่ง เก๋าๆๆ สุดๆๆๆ  รักเเม่โว้ยยยยยย
     
     
     
    (เกี่ยวกันมั้ย!!!  ไม่เกี่ยวแหรอก เเต่สร้างสถานการณ์กูอยากบอก)
    August 10

    ก็ดูมันอย่างดีเเล้วนะ จะเอาไรอีกอ่ะ

     
     
     
          งง อ่ะ  ไม่เข้าใจว่ามันเกิดไรขึ้นกะสุขภาพอีกเเล้วอ่ะดิ่ เป็นมา 2-3วันเเล้วนะ ไอ้อาการเดิมๆ เเน่นหน้าอก ปวดกล้ามเนื้อหัวใจ หอบ เฮ้ยยย เป็นไรว่ะเนี่ย ก็ว่าช่วงนี้ดูเเลตัวเองดีมากกกกกก ย้ำว่าดีมากๆๆ  ถ้าเป็นช่วงที่สอบ หมายถึงอาทิตย์ก่อนหน้านี้ จะไม่ค่อยเเปลกใจ เเต่นี่ พักผ่อนนอนหลับก็โอเคนี่นา.!!  วะ.. !!!
     
         ไม่กล้าบอกใครๆ อ่ะ ที่ไม่กล้าบอก ไม่ใช่ไรนะ กลัวคนโน้นคนนี้พูดว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้อ่ะ เฮ้ยย คราวนี้กลัวของเเท้ว่ะ  ปวดหัวบ่อยมาก เดินก็โซเซ ชนโน่นชนนี่อยู่เรื่อย อันนี้วิเคราะห์ได้สองประเด็น..
         1.เเกป่วยเป็นไรซักอย่างนี่เเหละ
         2.เเกกินเหล้า หรือไม่ก็นิสัยซุ่มซ่าม(ก๊ากกกกกกกกกกกกกก)
     
    เฮ้ยยย เเต่เหล้านี่ไม่ได้กินนานมากเเล้วนะ ย้ำอีกครั้งว่า นานมากกกกก
     
                  **พระเจ้าคะ ลูกกำลังใช้ชีวิตอย่างเพลิดเพลินนะคะ อย่าเพิ่งนะ ลุกเป็นห่วงเเม่
    เเละพี่ชายของลูกมาก  ได้โปรด**
     
                   อะไรที่มีประโยชน์เเละไม่เคยเสียเวลาเบนสายตาไปมองเเม้เเต่นิด เเต่ชั้นก็กลับบรรจุมันเข้าไปในกระเพาะ ...เยอะด้วยอ่ะ ออกกำลังกายรึก็เดินทั้งวี่วัน ไม่ต้องกลัวหรอก อยู่ ม.บูรพา เนี่ย ได้ออกกำลังกายเผาผลาญเเคลรอรี่ได้ไม่ยากอยู่เเร้นนนนน
     
                                 ว่ะเเต่ว่า ....กูเป็นอารายยยวะเนี่ย
     
     
                                              เอ๊ะ!!! "ไอ้นี่ นิ่
     
            
    August 07

    21 จริงๆหรอเนี่ย!!!

     
     
    กลับบ้านวันเสาร์ เพราะวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นวันเกิด จริงๆ มันก็ยุ่งๆ ถ้าไม่ใช่วันเกิดตัวเองคงจะไม่กลับ เเต่ก็น่ะ วันเกิดก็อยากกลับไปหาเเม่ ไปไหว้พ่อ ใช้เวลาอยู่กับเเม่
    วันเสาร์จำได้ว่าเหนื่อยจากที่สอนมาก เพราะว่าวันศุกร์เป็นวันที่สอบวันสุดท้าย อยากพักผ่อน เเต่ต้องมาเตรียมสอนอีกเยอะ วันนั้นเลยนอนดึกมากก เเต่ก็โอเค เช้าวันเสาร์จะไปสอน น้ำที่ห้อง เเละทั้งหอก็ไม่ไหล นิมิตหมายที่ดีเหลือเกินนนนน (พูดเเดก) เเต่ก็ช่างเหอะ ไปสอนเเล้ว สอนเสร็จก็กลับบ้าน เเละก็ตื่นเเต่เช้านะ ประมาณ ตี4 มาทำบุญ  สายๆ ก็ไปเลี้ยงเพลที่วัด
    โอ้โหหหห ปีนี้ เนี่ย ทำบุญเยอะจังนะ เเอบบๆ เบื่อเเหละ มันรับความจริงไม่ได้  ที่ตัวเองอายุเข้า21 ไม่นะ หน้าชั้นยังอ่อนอยู่เลยอ่ะ ปัญญาชั้นด้วย เฮ้อออ เเต่ก็เอาเหอะน่า เด๋วเเกก็ตายเเระ เเกจะคิดไรมากวะ
     
     ก็สรุปว่าวันนั้นทั้งวันทำบุญ คุยกะคนบ้า เอาขนมให้คนบ้า ที่จริงเค้าคนนั้นก็คงไม่ได้บ้าอ่ะนะ เเต่คงจะไม่เต็มเต็งมากกว่า ดีใจที่เราคุยกะเค้าได้ (คือว่าบ้ากะบ้าคุยกัน)
     
     
    มีอีกเรื่องที่เราเเอบเสียใจนะ มันเข้าใจความรู้สึกเลยอ่ะ วันที่ 4 หรือว่าวันเสาร์เนี่ย เราได้รับโทรศัพท์จากไอ้บอยหอยว่า เเม่อ๊อพ เพื่อนเเก๊งเราเสีย เราก็อึ้งมากเลยอ่ะ ตกใจ เเล้วจำได้ว่า ด่าไอ้บอยหอยกลับไปอีกด้วยว่า "ไอ้สัดบอย มึงพูดไรของมึงเนี่ย...." วันที่ 5 วันเกิดเรา ทำบุญเสร็จเเล้ว เราก็ไปหาเพื่อน บรรยากาศของความสูญเสีย มันเป็นอะไรที่บรรยายยากนะ มันอึ้งๆ ยังไงไม่รู้  เพื่อนชั้นคนนี้ ก็กำลังท้องอยู่ด้วย น่าจะประมาณ 7-8 เดือนได้เเล้วมั้ง ไหนจะลูกคนเเรกที่ อายุเเค่ 2 ขวบเอง จะทำไงดี เราคิดเเทนเค้าไปหมด  
     
    มันทำให้ชั้นรู้ว่า ในขณะที่บางวันเรากำลังสนุกสนานเเละมีความสุข ก็ยังมีอีกหลายคนในเวลาเดียวกันนั้น ทั้งทุกข์ทั้งเศร้า เวลาของการมีชีวิตอยู่บนโลกมันน้อย ลงทุกวัน ชั้นคิดว่า น่าจะดีต่อกันให้มากๆ รักกันให้มากๆ ยิ้มกันให้มากๆ  เเต่ดูเหมือนจะยาก ตอนกลางคืน เราไปงานศพเเม่ของเพื่อน ได้เจอเพื่อนฝูงได้พูดคุยเรื่องราวเก่าๆ เป็นคนเเก่เลย มันทำให้อ๊อฟ ยิ้มได้บ้างนะ กลับบ้านเราก็อาบน้ำ ก่อนจะเข้านอน เราก็เข้าไปไหว้เเม่ เเน่สิ ก็ยังไม่ได้ ขอพรจากคนสำคัญเลย ...
     
     
    เเม่ลูบหัว " เกิด เเล้วนะลูก เกิดมาเเล้วก็เลือกที่จะใช้ชีวิตต่อไปยังไง ทำตัวเองให้มีค่าได้ยังไง ขอให้สุขภาพเเข็งเเรง เรียนจบ มีหน้าที่การงานที่ดี  ไปนอนได้เเล้ว พรุ่งนี้ เเม่ไปส่งเเต่เช้า"
     
                      ในขณะที่ชั้นอายุ 21 เเก่ขึ้น ๆๆๆ เเต่มันก็เป็ยช่วงเวลาเดียวกัน ที่ชั้นยิ้มให้กับทุกอย่างรอบตัวได้ง่ายขึ้น
     
                                              รักเเม่ว่ะ พ่อด้วยน้า.....เด๋วจะน้อยใจ ง่ะ
     
    July 28

    ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่...ไหน!

     
     
                                                     ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่.....ไหน!
     
    ขณะที่พิมพ์อยู่นี้ เป็นช่วงที่พักสอน วันเสาร์เเล้ว เเป๊บๆเองเนอะ เเต่ว่ารู้สึกเหมือนสัปดาห์นี้มันจะผ่านพ้นไปช้ากว่าทุกๆวันน่ะ  เหนื่อยตั้งเเต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา บ้านก้ไม่ได้กลับ นอนประมาณ 2ชั่วโมงต่อวัน ทำอย่างนี้มาร่วมอาทิตย์ สรุปว่าก้ผ่านช่วงสัปดาห์นรกนั้นมาได้ อย่างยากเย็น เเต่โอเค  ไม่ตาย!!  สอบเกาหลีเเค่สองตัวเอง เเต่ยังเหลืออีกสอง  เเต่ว่าเหมือนกับสอบเป็นร้อยยังไงไม่รู้ เหนื่อยมากกก ทั้งการทำความเข้าใจเเละการอ่าน ครั้งนี้มันทำให้เราได้เรียนรู้อะไรต่อมิอะไรเกี่ยวกับเกาหลีขึ้นเยอะ อาทิตย์หน้าเหลืออีก2ตัว ก็คงไม่ตายเหมือนกัน 
     
    คนอื่นเค้าทำได้กันเเล้วคนอย่างเราทำไมจะทำไมใด้ อ่านยังไม่พอหรอ  เข้าใจยังไม่ลึกซึ้งหรอ ทุ่มเทกับมันยังไม่พอหรอ  เครียดกับมันยังไม่พอรึไง พยายามน้อยกว่าคนอื่นใช่มั้ย  มืสมองกับอีกสองมือเหมือนๆกะคนอื่น เเต่ทำได้ไม่ดีพอ เพราะอะไร????? เพราะว่าเหตุผลที่เราทำตัวไร้สาระ หรือเราเอาบรรทัดฐานของคนอื่นมาเปรียบเทียบล่ะ
     
    นอนตี4ตี5 มันยังไม่พอ เราต้องทุ่มเทมากกว่านี้  อ่านมันเข้าไป ทำความเข้าใจมันให้มากกว่านี้  ใส่ใจมันให้มากกว่าตัวเอง  เชื่อว่าต้องทำได้   สัปดาห์ที่ผ่านมาคะเเนนเกาหลียังไม่ออก เเต่ก็เชื่อว่า ถึงเเม้ทำมันไม่ได้ดีพอหรือเท่าที่ต้องการ เเต่มันก็พอจะมีค่าน้ำพักน้ำเเรงที่ทุ่มเทให้กับมันตอบเเทนกับมาให้เราได้พอชื่นใจอยู่บ้าง
     
    ไม่เคยทุ่มเทให้กับสิ่งใดเท่ากับเกาหลีมาก่อน  รักรึเปล่าไม่รู้ รู้เเต่ว่าต้องทำ เเละพยายาม  มีคนที่รอเห็นความสำเร็จของเราอยู่ นั่นก็คือ  "ตัวเราเอง"
     
     
    **สภาพตัวเองทั้งอาทิตย์ ไม่ต่างจากศพเดินได้ เพื่อนถามว่า" หยกมึงทนได้ไงวะ ตอนนี้ มึงยิ่งกว่าเครื่องจักรซะอีก ทั้งสอบ ทั้งเรียน ทั้งสอน  เวรกรรม!!!"  เราตอบกลับไปว่า "....กูไม่รู้ว่ะ เเต่ กูอยากนอนนนนนนเเล้ววววว"
                                        พยายามเข้าน๊า........................................อาจ้า อาจ้า
     
     
    July 19

    เลข "21" ไม่เห็นสวยเลยยยยยยย

     
     
     
     
                                 5 สิงหาฯ เกิดอีกเเล้วหรอ โอ้วววว ตายเเระ ทำไมเวลามันช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว เเป๊บๆ อายุก็ต้องบวกเข้าไปอีก 1 จาก 20 เป็น 21 เลขไม่ค่อยสวยเท่าที่ควรนะ !! อิอิ
    คนเรามันก็มักจะเเปลกเสมอ สมัยเด็กๆ อยากมาก อยากจะอายุเข้าเลข20 เร็วๆ มีความรู้สึกว่า อยากทำอะไรก็ได้ตามความคิด เเละอะไรก็ได้ ที่อยู่บนคำว่า freedom พอเริ่มอายุมากขึ้นเรื่อยๆ ก็มาคิดได้ว่า ไอ้คำว่าอิสระมันมีคำว่า ภาระหน้าที่กับคำว่ารับผิดชอบตามมาด้วย(ปรัชญา..... หยกจะพูดได้ดีเสมอ ในช่วงเวลานี้ เเต่ไม่เคยสักครั้งที่ทำได้)
     
      ปกติก็จะเป็นคนที่รักอิสระอยู่เเล้ว เค้าว่ากันว่าคนที่ชอบสีเขียวมักเป็นอย่างนี้ เเต่มันก็ไม่รู้สินะ (เอ๊! เค้าบอกด้วยอ่ะป่ะว่า ชอบสีนี้ มักเป็นคนเเปลก  สาดดดดด)
     สิ่งที่ต้องตามมาหลังจากที่ระฆังดังเป๊งงงงง... เทียงคืนก้าวเข้าสู่ 5 สิงหา  สิ่งที่ต้องคิดได้เเละทำนั่นคือ การเป็นผู้ใหญ่ขึ้น อายุสมอง พัฒนาการทางด้านความคิดเเละสันดานดิบ (ในทางที่ดี)ต้องมีมากขึ้น  เเต่ยังไงก็ตาม ไม่ว่าเราจะพยายามทำตัวหรือไม่พยายามให้เป็นผู้ใหญ่ เราก็มักจะดูเด็กในสายตาของคนที่เรารักเเละรักเราเสมอ (หน้าเด็กด้วยน๊า... ตลอดเลยนะเมิงงงง มีช่องว่างไม่ได้เรยยยย)
     
       พูดถึงเรื่องของขวัญวันเกิดนะ ที่ผ่านมาทำบุญอย่างเดียวเลย ไหว้พ่อกะเเม่ จำได้ว่า ทุกคั้งที่เกิดเนี่ย เป็นอันต้องมีเหตุให้ต้องเข้าโรงพยาบาลตลอด  เมื่อปีที่เเล้วก็ให้น้ำเกลือ (ฮืออออออ) เออ!! ครั้งสุดท้ายที่ประทับใจมาก คือไหว้พ่อ เเล้วพ่อหอมเเก้มกลับมา คิดถึงท่านพ่อจังเลย  เเล้วปีนี้ ก็ต้องไหว้พ่อนะ เเต่เปลี่ยนจาก พ่อ เป็นรูปของพ่อ เเทน (ไม่เป็นไรจ้า อีกไม่นานเราจะได้อยู่ด้วยเเระ อีกนิดเดียว)  อ่ะกลับมาพูดถึงเรื่องของขวัญนะ  อยากได้เยอะมากก ปีนี้ขอเเระกัน
     
    1.อยากให้คนที่อยู่รอบข้างทั้งหมด พ่อ เเม่ พี่ชาย เพื่อนๆ มีความสุขเท่าที่พระเจ้าจะให้ได้(กรุณาอย่าสร้างภาพ มันไม่ได้ทำให้เเกดูดีขึ้นนะ 555+)
    2.อยากให้ตัวเองสุขภาพเเข็งเเรง ดีวันดีคืน (เป็นไปได้ไง เมิงง ของพรข้อนี้  นึกว่าจะขอให้ สุราไม่ขาดตลาดซะอีก  ก๊ากกกกกกก)
    3.อยากเรียนจบเเล้วอ่ะ ไม่ไหวเเล้ว มันยากมากเลยนะ  เเต่จะทน คือการเรียนเเต่
    ละคนมันก็ยากนั่นเเหละ เเต่มันไม่รู้สิ ยากอ่ะ อยากจบเร็วๆๆ เเก่เเร้ววววว
    4.อันนี้ เก๋มากกกก เป็นสิ่งเดียวที่เป็นรูปธรรม  ภายในปีนี้ ขอเถอะ อยากไปภูกระดึงมากกก หรือภูอะไรก็ได้  อยากเอาหน้าไปสัมผัสกับไอหมอก เเล้วก็อยู่กะธรรมชาติเยอะๆ ก่อนที่เราจะไม่ได้อยู่กะมันอีกในไม่ช้านี้
    5.สุดท้ายเเล้วค่ะ สำคัญมาก ถ้าไม่มีอันนี้ หยก ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้เเน่ เพราะด้วยความที่ใช้ชีวิตที่อยู่กับความรู้สึก มากกว่า เหตุผล สิ่งนี้ก็เลยสำคัญ นั่นคือ...เเทน  เเท่น เเท้นนน...โปรดทำเสียงให้เหมือนการประกาศรางวัลออสการ์(โอเค หยก ได้เวลาเเระ  นานเเระ )  กำลังใจ จ้า อยากได้เยอะๆ จากทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว ไม่จำเป็นต้องคนหรอก เเต่ได้จากคนมันก็เป็นอะไรที่วิเศษอยู่เเระนะ ถ้าวันนี้ อากาศดี เจอ หมา เจอช้าง เจอวัว มันก็รู้สึกว่า มีกำลังใจเเร้วววว เเต่บางครั้งมัน .....พุดยากว่ะ อย่าเข้าใจเลย ! (อ้าวววววว เเสดดดดดดดดดดดดดด)
     
       เอาเป็นว่า เนี่ย ของขวัญ5 ชิ้นสำคัญ จะสมหวังซักกี่ข้อน๊า.............
    July 10

    ความดีใจยังมีให้ได้เห็น

     
     
                     วันที่8 ที่ผ่านมา ทั้งเสาร์เเละอาทิตย์เลย ชั้นต้องยกเลิกคลาสสอนทั้งหมด  สูญเสียรายได้ไปกว่า สามล้าน(สามล้านกีบ อิอิ อยากให้มันดูเวอร์) จริงๆนะก็ไม่ได้อยากยกเลิกหรอก เเต่มันมีความจำเป็นอย่างเเรง!!  เรื่องอะไรน่ะหรอ  ก็พี่ชายอ่ะ หลังจากที่หาฤกษ์ หายาม หาวันเเละเวลาว่างมานานเเรมปีดีดัก ก็ได้เอาวันนี้เเหละ บวชซะเลย โอโห!!! เพื่อนพี่ชายมากันให้เพียบเลยอ่ะ 555+ อันนี้เเหละเป็นจุดไคลเเมกซ์ (พอเเระ หยก ช่วยเก็ยความต้องการผู้ชายไว้ภายใน เเล้วเอาออกมาใช้เวลาจำเป็น) ก็นั่นเเหละ คนที่ออกจะเป็นปลื้มมากเนี่ย ไม่ใช่ใครอื่นนะ นออกจาก ท่านเเม่ ผู้เป็นทั้งนายจ้างของลูกเเละเเม่ของลูกในเวลาเดียวกัน (ใช้งานเก่งเหลือเกินนนนนนน สองวันนี้ หยกขับรถไม่ได้หยุดหย่อนเลย) 
     
     
                  เเม่น้ำตาไหลเลย ตอนที่พี่ชายโกนหัว เเล้วอาบน้ำ ใส่ชุดนาค จนกระทั่งครองผ้าเหลือง ไอ้เราน่ะหรอ ไม่ได้ร้องไห้อ่ะ เเต่รู้สึกว่า ภูมิใจในตัวพี่ชายมากกก โดยเฉพาะตอนที่กล่าวคาถา ขอบวชพระ เสียงพี่ชายดังมาก  บรรายากาศในโบสถ์เนี่ยโคตรจะขลังเลยอ่ะ  สุดท้ายมันก็ผ่านไปด้วยดี ทุกคนเหนื่อยมาก เเต่ก็โอเคนะ กลับมาบ้านเนี่ยเล่นเอาชั้นสลบเลย  เฮ้อออ ...
    ตอนเช้าก็ต้องลุกตั้งเเต่ตี4 มาช่วยเเม่ฉลองพระเช้าด้วย   สายๆหน่อย ชั้นก็ต้องกลับมาที่ มหาลัย เพราะต้องเรียน 
                  ก่อนที่จะกลับ หลังจากะพี่ชายได้บวช มีความจริงที่อยากเปิดเผย ว่า....คิดถึงพี่ชายมาก ทั้งๆที่วัดอยู่ใกล้ๆ บ้านเเค่เนี้ย!!  คิดถึงสุดๆ คิดถึงพ่อ พ่อคงดีใจมากกกก  พี่ชายชั้นกะชั้นเนี่ย มีสิ่งที่เหมือนกันอยู่อย่างนึง นั่นคิอ  **ไม่ค่อยอยากพูดความรู้สึกที่เเท้จริงออกมา เพิ่งรู้จากกเเม่มาว่า ที่เราได้สอนหนังสือเนี่ย  หลวงพี่ท่านภูมิใจเเละก็ดีใจมาก เเต่ถ้าเเม่ไม่บอกเนี่ย เราคงคิดว่าพี่ชายเราไม่เคยสนใจเลย เเอบน้อยใจหลายต่อหลายครั้งว่า ชอบดุ ชอบว่า ไม่เห็นเหมือนกับพี่ชายคนอิ่นที่เค้าออกจรักน้องเค้าเลยอ่ะ  เเต่วันนี้รู้เเล้วจ้า...
     
                ดีใจ..ที่สามารถเป็นลูกที่ดีของพ่อเเละเเม่ได้บ้าง  ดีใจที่เเอบเป็นน้องสาวที่ดีได้บ้าง  สิ่งที่จะทำได้ตอนนี้ ก็คือการสร้างความภูมิใจเล็กๆให้กับทุกคน()
    ถ้าวันนึงคนที่เรารู้สึกว่าเค้าจะมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว เดินทางมาถึงเเล้ว(มันยังไม่มาหรอก มันเพิ่งลงนรกไปเองงงง รอนานหน่อยนะหยก อิอิอิ)นั่นเเหละ ถ้าเค้ามาถึงเเล้ว อยากบอกว่า ชั้น...ผู้หญิงคนนี้
                ไม่มีอะไรจะให้ได้มากไปกว่า จะทำให้คนๆนั้น ภูมิใจในตัวชั้นได้มากที่สุด เเละขั้นเองก็ต้องภูมิใจในตัวเค้าเช่นกันจ้า(กูเบื่อมึงว่ะหยก ช่วงนี้มึงเป็นไรเนี่ย โคตรเน่าเลยอ่ะ เซ็งงงงงงงงง)
    June 19

    ดอกไมในมือ...

                                                     
     
     
    Interviewer:             เป็นไงบ้างคะ พลอยหายหน้าไปนานเหมือนกันนะ ปีกว่าๆเเน่ะ  เล่านึดนึงค่ะ ไปทำไรมาบ้าง
     
    พลอยพัดชา:                หายไปก็อย่างที่พี่บอก ปีกว่า ทั้งทุกข์ สุข เศร้า หลายอย่างค่ะ รวมทั้งการเดินทางด้วย เเต่ที่เเน่ๆกลับมาพร้อมกับหนังสือเล่มใหม่ที่พลอยคิดว่า มันคือตัวเเทนความคิดของพลอยในช่วงที่หายไปอ่ะคะ (ยิ้มเล็กๆ ตาเป็นประกาย)
     
     Interviewer:             เเหมๆๆ เค้าเรื่องหนังสือตัวเองเลยนะ งั้นก็ได้จ้ะ เล่าให้ฟังนิดนึงค่ะ ที่มาที่ไปของ"ดอกไม้ในมือ"
     
    พลอยพัดชา:                 ก็ที่ผ่านมาหนึ่งปี พลอยปฏิเสธไม่ได้ว่า พลอยรู้สึกว่า เสียศูยน์กับเรื่องความรักอ่ะคะ เสียหายหลายเเสนมาก(เเอบหัวเราะด้วยความสะใจ) เสียใจมากขึ้นเรื่อยๆเเล้วประกอบกับว่า เราไม่มีอะไรทำไงพี่มันก็เลยมีเวลาฟุ้งซ่านเยอะหน่อย พอเราผ่านช่วงวิกฤตินั้นมาได้  เราก็มาคิดนะพี่ เอ๊ะ !! กูเป็นอะไรวะเนี่ย จะมานั่งเสียใจทำไม ทำตัวเป็นดอกไม้ที่ให้คนอื่นมาเด็ด ชื่นชมเรา เเล้วมันก็โยนเราทิ้ง ที่สำคัญ ช่วงที่มันชื่นชมเนี่ย มันไม่ได้เห็นค่าเราเลย เนี่ยเเหละค่ะ พลอยเองได้อะไรจากตรงนี้ ก็คิดว่า ผู้หญิงหลายๆคนก็น่าจะเคยเป็นดอกไม้มาบ้าง จะดอกอะไรก็เเล้วเเต่ เเตกต่างกันไปค่ะ(ยังยิ้มไม่ยอมหุบ)
     
     Interviewer:             เเล้วเป็นมาเป็นไปยังไงกับเรื่องความรักครั้งที่ผ่านมาของพลอยกับดอกไม้ในมือ พลอยเป็นดอกอะไรเอ่ย
     
    พลอยพัดชา:                 อืมมม....(ค่อยๆเงยหน้าขึ้น สีหน้ายังคงอมชมพู ยิ้มเล็กๆให้กับทีมงาน) พลอยไม่รู้เหมือนกันว่าพลอยเป็นดอกอะไรในมือของคนๆนั้น มีเค้าเท่านั้นที่รู้  เเต่ผู้หญิงทุกคน อยากเป็นดอกไม้ที่มีค่าอ่ะคะ กุหลาบก็ได้ ลิลลี่ก็ดี จัสมินก็ดูหอม หรือจะเป็นหน้าวัว อุตพิส ก็ไม่เกี่ยงนะ มันเเล้วเเต่ว่า ดอกไม้ที่เป็นตัวเเทนเราเนี่ย คนที่ถือมันไว้ เค้าให้เราเป็นดอกอะไร เเละดูเเลเรายังๆไงมากกว่า
     
     Interviewer:             เเสดงว่า ดูเเลพลอยของเราไม่ได้เรื่องเเล้วยังทิ้งๆขว้างๆอีกใช่มั้ยเนี่ย
     
    พลอยพัดชา:                 555+(หัวเราะออกมาอย่างสะใจ)ถูกต้องนะคร้าบบบบบบบ ก็อย่างที่บอกอ่ะคะ  สำหรับผู้หญิงทุกคนนะ อยากเป็นคนที่มีค่าในสายตา ความรู้สึก ของคนที่เรารักนะพี่ ดอกไม้มันก็มักจะเปรียบว่าเป็นตัวเเทนของผู้หญิงเรามาตั้งเเต่สมัยเก่าก่อนเเล้วนะ เเต่จะเป็นดอกอะไรก็ช่าง อันนี้ไม่ได้สนใจมัน  เป็นดอกหน้าวัว ดอกอุตพิส  เป็นต้นหมามุ่ย เป็นดอกไม้อะไรก็ได้ที่โดนเเล้วอาจจะเหม็นติดมือ หรืออาจเป็นดอกหญ้าขึ้นริมข้างทาง ใครผ่านไปผ่านมาเดินเลยไปไม่เห็นค่า เเต่ถ้าวันๆนึง คนที่ใช่ของเรามาถึง ดอกไม้ที่ว่ามาทั้งหมดเนี่ย ก็มีคุณค่าในสายตาของเค้า เค้าดูเเลเรา ประคบประหงมเรา  ไม่ว่าจะเป็น อุตพิส หน้าวัว หรือว่าอะไร มันก็เป็นเพียงเเค่ชื่ออ่ะคะ  กลับกันนะพี่ คนที่ในสายตาตัวเองมองตัวเองตลอดว่า เป็นดอกกุหลาบ ดอกอะไรอีกอ่ะ โอ้ยยย!! ดอกอะไรก็ได้ที่มันดูไฮโซนะ เเต่คนๆนั้นของเราไม่เห็นเราตามนั้น สุดท้ายก็เป็นเเค่ดอกอะไรอ่ะ ที่มันปลิวตามลมอ่ะพี่ ไม่ได้เรื่อง (สีหน้าจิงจังมาก พอเห็นบรรยากาศเริ่มเครียด ก็ยิ้มที่มุมปากให้ อย่างผู้หญิงมั่นใจ)
     
     Interviewer:             เเล้วอย่างนี้เนี่ย คิดว่า คนอ่านจะได้อะไรบ้างนอกจากความบันเทิงจาก "ดอกไม้ในมือ"
     
    พลอยพัดชา:                 (ขยับตัว เเล้วค่อยๆยืดตัวนั่งตรงๆคิดคำพูด ดูเป็นการเป็นงาน) อืมมมม....ถ้าจะซื้อหนังสือของพลอยเพื่อเป็นไกด์สำหรับเรื่องความรักของเหล่าบรรดาผู้หญิงอย่างเราๆเนี่ย ตอบได้เลยว่า หนังสือเล่มนี้ไม่มี เเต่ถ้าจะอ่านเพื่อให้เราได้เช็คตัวเองว่า เราเป็นใคร ทำหน้าอะไร สำหรับอีกคนที่เราคิดว่าเรารักเค้าน่ะได้นะคะ เเล้วมันก็เป็นหนังสืออีกเล่มที่บอกคุณได้ว่า เมื่อคุณมีค่าไม่พอสำหรับอีกฝ่าย คุณจะต้องทำตัวยังไงบ้าง  เราเลือกได้นะคะพี่ ถึงเเม้ว่าเราจะดูมีค่ารึป่าวในสายตาของงคนๆนั้น เเต่เราก็สามารถเลือกได้ว่า เราจะวางดอกไม้ที่เป็นตัวเเทนของเราเนี่ยไว้กะใคร ไม่ใช่ว่า ใครมาเด็ดมาดอมก็ไปกะเค้าซะหมด อันนั้นมันก็เกินไปนึดนึง เราคงเป็นดอกไร้ค่าไปทั้งชาติอ่ะคะ  ยังไงก็ฝากหนังสือเล่มนี้ด้วยล่ะกันค่ะ
     
     Interviewer:               เป็นการกลับมาอีกครั้งของนักเขียนหญิงเหล็กตัวอ้วน ฉุๆคนนึง(พลอยหัวเราะเสียงดัง กับคำพูดที่ว่า ฉุๆ) มาพร้อมกับหนังสือเล่มใหม่ที่น่าติดตามมากเลย ขอบคุณน้องพลอยด้วยนะคะ ขอบคุณ พลอยพัดชาค่ะ  เเต่เดี๋ยวนะ จะเข็ดกับรักครั้งหน้ามั้ยเนี่ย เพราะที่ผ่านมารู้สึกว่า เราเป็นดอกไม้ที่ถูกเด็ดเเล้วก็โยนทิ้ง
     
    พลอยพัดชา:                   ไม่เข็ดค่ะ เเต่ยังไม่ดูใคร ยังไม่เลือกที่จะวางดอกไม้ไว้ที่มือใครทั้งนั้น 555+ พูดเหมือนมีคนมาให้วางเนอะ ก็ยังไม่เข็ดเเต่คงต้องให้เวลาตัวเองในการเรียนรู้เจ้าของมือที่จะวางดอกไม้นานหน่อยค่ะ (ยิ้มกว้าง นัยตาเเสดงถึงความสุขที่มีอย่างล้นเปี่ยม)
     
                                       
     
     
                                                 ขอขอบคุณสถานที่ เเคนทีน มหาวิทยาลัยบูรพา  ขอบคุณ ต้นมะพร้าวที่ให้เรานั่งรอ การมาสัมภาษณ์ของน้องพลอย
                                 ทีมงาน นิตยสาร เเอล เเมกกะซีน นิตยสารเพื่อคนมีความรักชั้นสูงเค้าอ่านกัน